น้อยหน่า
 ชื่อสามัญ             น้อยหน่า (Sugar Apple)  
ชื่อวิทยาศาสตร์    
Annona squamosa L.
วงศ์                          
Annonaceae
 
 

ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม ใบเล็กและยาว ปลายใบแหลมและหนา ต้นสูงประมาณ 8-10 ฟุต ดอกมีกลีบแข็งลักษณะเป็นสามกลีบ คล้ายดอกน้อยโหน่งหรือดอกทุเรียน หรือบุหงา มีผลกลมโตประมาณเท่าผลส้มซ่า มีตาโปนโตทั้งผล ผลสุกมีรสหวาน

        
  ส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ เมล็ด
  ส่วนที่ใช้ประโยชน์ เมล็ดและใบ
 

สารสำคัญ  ใบและเมล็ดจะมีแอลคาลอยด์ แอนโนเนอีน (anonaine) และเรซิ่น (resin)  ในเมล็ดมีน้ำมันอยู่ประมาณ 45 % สารออกฤทธิ์ฆ่าเห็บในเมล็ดน้อยหน่าคือ squamocin
ประโยชน์  น้ำมันเป็นพิษกับ แมลงวัน เห็บและเหา
วิธีใช้ นำเมล็ด 1 กิโลกรัม ตำหรือบดแช่ในน้ำ1 ปี๊บ  ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วใช้ฉีดพ่น ฆ่าแมลง เหา (ข้อควรระวัง  การตำหรือโขลกรวมทั้งน้ำหมัก ระวังไม่ควรให้ถูกลูกตา เปลือกตา ริมฝีปาก และรูจมูก เพราะอาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนถึงขั้นตาบอด)
การผลิตสารสกัดที่มีฤทธิ์ฆ่าเห็บโค จากเมล็ดน้อยหน่า
1. บดเมล็ดน้อยหน่าให้เป็นผง
2. แช่ผงเมล็ดน้อยหน่าด้วยน้ำที่มีแอลกอฮอล์ 10% (แอลกอฮอล์ 95% 1 ขวด ผสมน้ำ 9 ขวด) ใส่แช่แค่ให้ท่วมผงเมล็ดน้อยหน่า (หรือใช้แอลกอฮอล์ 10% ปริมาตร 2 เท่าของน้ำหนักผงเมล็ดน้อยหน่า) แช่ทิ้งค้างคืนไว้หนึ่งคืน
3. วันรุ่งขึ้นจึงกรองคั้นเก็บส่วนน้ำไว้ เป็นหัวเชื้อที่จะนำไปผสมน้ำเจือจางใช้ฆ่าเห็บต่อไป โดยผสมกับน้ำหรือ 10% แอลกอฮอล์ อีก 6 เท่าของน้ำที่กรองเก็บได้ แล้วกรองคั้นส่วนน้ำมารวมกันทั้งหมด ใช้ฉีดพ่นให้โดนเห็บบนตัวโค จะฆ่าเห็บได้ทั้งเห็บตัวอ่อน เห็บตัววัยรุ่นและเห็บตัวแก่ (Chungsamarnyart, et el., 1991)
4. วิธีที่ดีที่สุดให้พ่นฆ่าเห็บทุกวัยในครั้งแรกด้วยสารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าที่ผสมน้ำ 6 เท่า อาทิตย์ต่อไปให้ใช้สารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าที่แช่ค้างคืนไว้ กรองเก็บเฉพาะส่วนน้ำ มาเจือจางด้วยน้ำ หรือ 10% แอลกอฮอล์อีก 300 เท่า พ่นฆ่าเห็บตัวอ่อนเป็นประจำทุกสัปดาห์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พ่นติดต่อกันทุกสัปดาห์อย่างน้อย 8-16 สัปดาห์ขึ้นไป
5. จะใช้เมล็ดน้อยหน่าเท่าใดสำหรับพ่นฆ่าเห็บให้โค 1 ตัว เฉลี่ยแล้วโคหนึ่งตัวใช้เมล็ดน้อยหน่า 10 เมล็ด ต่อหนึ่งสัปดาห์
6. สารสกัดจะใช้วิธีต้มเมล็ดน้อยหน่าที่บดเป็นผงก็ได้ แต่สารสกัดที่ได้จะมีฤทธิ์ฆ่าเห็บอ่อนลงเหลือครึ่งเดียว
7. สารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าที่ได้จะเก็บไว้ได้นานเท่าใด ? ไม่แนะนำแช่เก็บไว้ เพราะต้องเก็บไว้ในตู้เย็น ถ้าเก็บไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บไว้ได้ถึง 3 ปี
(ที่มา : KU Electronic Magazine ฉบับที่ 5 ปีที่ 1 เดือน พฤศจิกายน ปี 2543)