ยาบำรุง
 
ยาบำรุง (ยานี้จะช่วยให้วัวควายกินหญ้า กินน้ำได้มาก ทำให้อ้วนและแข็งแรงขึ้น)
 
 

ตำรับที่ 1

  ตัวยา : ถั่วเขียว และน้ำตาลทรายแดง
  วิธีปรุงยา : ต้มถั่วเขียวกับน้ำตาลทรายแดง ใช้น้ำพอประมาณตากน้ำค้างไว้ 1 คืน
 

วิธีการใช้ :  กรอกให้สัตว์ตัวละ 1-1.5 ขวดเหล้าแม่โขง ต่อวัน

   
 

ตำรับที่ 2

  ตัวยา : ไข่ไก่ หรือไข่เป็ด หญ้าสด
  วิธีการใช้ : ให้สัตว์ตัวที่เบื่ออาหารกินไข่ไก่ หรือไข่เป็ดดิบวันละไม่น้อยกว่า 2 ฟอง เป็นระยะเวลานาน 3 วัน จนร่างกายแข็งแรง แล้วจึงให้กินหญ้าสด เช่น หญ้าละมาน(คล้ายต้นข้าว) และหญ้าแพรก ดูแลเอาใจใส่อาบน้ำล้างถูสัตว์วันละ 3 ครั้ง
 

 

 

ตำรับที่ 3

  ตัวยา : ไพล เกลือ หญ้าปากควาย หญ้าแพรก ดอกขี้เหล็ก น้ำกะทิ
  วิธีปรุงยา : นำดอกและใบขี้เหล็ก 1 กำมือ มาผสมกับไพล 1/4 กำมือ ตำผสมกับหัวกะทิที่คั้นจากมะพร้าว 1 ผล
  วิธีการใช้ : ให้กินยาตอนเช้านานเป็นเวลา 3 วัน และใช้เกลือป่น 1 กำมือป้ายลิ้นบ่อยๆ ให้สัตว์กินหญ้าสดๆ ดีๆ เช่น หญ้าปากควาย หญ้าแพรก ฯลฯ
   
 

ตำรับที่ 4

  ตัวยา : ผักเสี้ยนผี (ต้นและราก) โคกกระออม (ต้นและราก) น้ำซาวข้าว เกลือ
  วิธีปรุงยา : นำตัวยาอย่างละประมาณ 1 กก. ตำรวมกันแล้วเติมน้ำซาวข้าว แช่จนท่วมแล้วใส่เกลือเล็กน้อยพอมีรสเค็ม หมักทิ้งไว้ 1-2 คืน
  วิธีการใช้ : ให้สัตว์กินยาที่หมักไว้นี้ครั้งละ 1-2 กระบอกไม้ไผ่ ทุกๆเช้านาน 1 สัปดาห์ บางครั้งให้ตอนเย็นด้วย
   
 

ตำรับที่ 5

  ตัวยา : ลูกตาลโตนด บอระเพ็ด เกลือ
  วิธีปรุงยา : นำเนื้อลูกตาลที่สุกแล้ว (คือเนื้อที่ใช้ทำขนมตาล) 3 ลูก ยีกับน้ำธรรมดาใส่เกลือเล็กน้อยพอมีรสเค็มแล้วเติม บอระเพ็ดเผา 1 กำมือกับน้ำอีกเล็กน้อย
  วิธีการใช้ : กรอกให้สัตว์กินี้ครั้งละ 1-2 กระบอก วันละ 2-3 ครั้ง ก่อนอาหารประมาณ 3-4 วัน
  หมายเหตุ : เกษตรกรไทยรู้จักการใช้สมุนไพรรักษาอาการเจ็บป่วยของวัวควายมาเป็นเวลานานแล้ว ก่อนที่จะมียาแผนปัจจุบันเข้ามาใช้กันอย่างแพร่หลาย ศาสตราจารย์ประสบ บูรณมานัส อดีตหัวหน้าภาควิชาเภสัชวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะได้ทำการศึกษา และวิจัยสมุนไพรที่เป็นยาไทยพื้นเมืองที่ชาวบ้านใช้รักษาวัวควายได้ผลดีมาแล้ว และได้รวบรวมตำรับยาไว้ และมีตัวยาบางชนิดที่น่าสนใจ และสมควรจะเผยแพร่ให้แก่ผู้สนใจ ณ ที่นี้
                    การรักษาสัตว์ป่าด้วยสมุนไพรแผนโบราณเหล่านี้ หากรักษาไประยะหนึ่งแล้ว อาการป่วยของสัตว์ยังไม่ทุเลาขึ้นควรปรึกษาสัตวแพทย์ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วท.) โทร. 0-2579-1121-30 โทรสาร 0-2561-4771 เว็บไซต์ http://www.tistr.or.th
ที่มา: จากหนังสือเทคโนโลยีสำหรับชนบท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วท.) มิถุนายน 2544