กวาวเครือขาว
Image result for กวาวเครือขาวใช้ในสัตว์
 ชื่อสามัญ            กวาวเครือขาว (KwaoKreu Kao)
ชื่อวิทยาศาสตร์   
Puerariamirifica
วงศ์                   
Leguminosae-Papilionoideae
 
  

ลักษณะทั่วไป

             เป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันต้นไม้ใหญ่ เป็นไม้ผลัดใบ ขนาดกลาง เถายาวประมาณ 5 เมตร ลำต้นเกลี้ยงเปลือกนอกของลำต้นมีสีน้ำตาลเข้มและค่อนข้างแข็ง มีหัวใต้ดินขนาดใหญ่ทำหน้าที่สะสมอาหาร ลักษณะค่อนข้างกลม และคอดยาวเป็นตอนๆต่อเนื่องกัน กิ่งอ่อน ยอดอ่อน ก้านช่อดอก และกลีบเลี้ยงมีขนสั้นๆ ใบเป็นใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ ก้านใบประกอบยาว 10-38 ซม. ใบย่อยใบกลางรูปไข่กว้าง 9-15 ซม. ยาว 15-30 ซม. ปลายมนถึงเรียวแหลม โคนสอบถึงมน ใบย่อยคู่ข้างขนาดใกล้เคียงกับใบกลางปลายมนถึงเรียวแหลม โคนเบี้ยว ด้านบนใบเกลี้ยง ด้านล่างมีขนสั้นๆประปราย ก้านใบย่อยยาว 5-7 มม. ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ยาว 20-30 ซม. ดอกมีรูปร่างคล้ายดอกแคขนาดเล็ก สีน้ำเงินอมม่วง ออกเป็นกระจุกในระยะผลัดใบดอกมีกลีบเลี้ยงยาว 6-7มม. โคนติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 4 แฉก กลีบดอกมี 5 กลีบ สีม่วงอมน้ำเงินอ่อน กลีบนอกสุดมีขนาดใหญ่ กลีบคู่กลางค่อนข้างกลม งอโค้ง กลีบคู่ในสุดติดกันเป็นรูปท้องเรือห่อเกสรเอาไว้ เกสรตัวผู้มี 10 อันแต่ส่วนก้านชูอับเรณูเชื่อมติดกัน ฝักแบน รูปขอบขนาน ผิวเกลี้ยงหรือมีขนสั้นประปราย กว้าง 7 มม. ยาว 3 ซม. กลายเป็นสีน้ำตาล เมื่อแก่ มีเมล็ด 3-5 เมล็ด

  ส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์     หัว, แบ่งหัวต่อต้น (ที่มา : สมโภชน์ ทับเจริญ  ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกรแห่งชาติ สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ.กำแพงแสน จ. นครปฐม)
  ส่วนที่ใช้ประโยชน์      หัว
 

สารสำคัญ   สารกลุ่ม coumarins ได้แก่ coumestrol, mirificoumestan, mirificoumestan glycol และ mirificoumestan hydrate  สารกลุ่ม flavonoids โดยเฉพาะ isoflavonoids ได้แก่ genistein, daidzein, daidzin (daidzein 7-glucoside), puerarin, mirificin, kwakhurin และ kwakhurin hydrate  สารกลุ่ม chromene ได้แก่ miroestrol ซึ่งเป็นสารที่มีรายงานว่ามีฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน พบเป็นปริมาณ 0.002-0.003% ของน้ำหนักหัวแห้ง สารกลุ่ม steroids ได้แก่ b-sitosterol และ stigmasterol อื่นๆ ได้แก่ alkane alcohols, ไขมัน และ น้ำตาล (ที่มา : www.pharm.chula.ac.th)

 

 

ประโยชน์       จากการทดลองของสมโภช และคณะ พบว่าการใช้กวาวเครือขาวในอาหารไก่ไข่ที่ระดับ 100 พีพีเอ็ม จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำหนักไข่ไก่ได้โดยที่ไม่มีผลต่อการกินอาหาร จำนวนไข่และฤทธิ์ตกค้างแต่อย่างใด (ที่มา : สมโภชน์ ทับเจริญ และคณะ. ผลของกวาวเครือขาวในอาหารไก่ไข่ ระยะให้ไข่สูงสุดถึงสิ้นสุดการไข่.  ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกรแห่งชาติ. สถาบันสุวรรณวาจกกสิกจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์.  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ. กำแพงแสน จ. นครปฐม. )  อรทัยและคณะได้ทดลองนำหัว ใบและเถาของกวาวเครือขาวผสมในอาหารเลี้ยงเป็ดเนื้อโดยใช้เป็ดโป๊ยไฉ่ พบว่าที่ระดับไม่เกิน 3% ไม่มีผลเสียต่อการเจริญเติบโตของเป็ด และมีแนวโน้มว่าเป็ดมีน้ำหนักตัวสูงกว่าปกติโดยที่ปริมาณอาหารที่กินและอัตราการตายของเป็ดไม่แตกต่างจากปกติ (ที่มา : อรทัย ไตรวุฒานนท์ และคณะ. ผลของหัว ใบ และเถากวาวเครือขาวต่อสมรรถภาพการผลิตเป็ดเนื้อ. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตสัตว์ปีก. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. อ. กำแพงแสน จ.นครปฐม.)  และจากการทดลองใช้กวาวเครือขาวกับสัตว์เศรษฐกิจและสัตว์เลี้ยงโดยสมโภชน์ ทับเจริญและคณะโดยนำผงกวาวเครือขาวในปริมาณต่ำผสมกับอาหารให้กินพบว่าช่วยให้ลูกสุกร ลูกแพะ และกบนาโตเร็วขึ้น  ช่วยกระตุ้นให้หัวนมของลูกสุกร ลูกแพะ ลูกโค และลูกสุนัขยาวขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ขนของแพะและกระต่ายสวยเป็นมันอีกด้วย (ที่มา : ยุทธนา สมิตะสิริ และคณะ. กวาวเครือ : สมทุนไพรสำหรับเพิ่มผลผลิตในสัตว์เศรษฐกิจและสัตว์เลี้ยง)