กระบือนมพันธุ์เมซานี

น้อมเกล้าฯ ถวาย จากประเทศอินเดีย ปี 2539 ปัจจุบันเลี้ยงศึกษาอยู่ที่
สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์บุรีรัมย์ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์

 

 

ความเป็นมา

 

เมื่อปี 2539 ดร.วี คูเรียน อดีตประธานคณะกรรมการสภา พัฒนานมแห่งชาติอินเดีย (National Dairy Development Board หรือ NDDB) ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของรัฐบาลไทย และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จากการเข้าเฝ้าฯ ดังกล่าวดร.คูเรียน ได้มีความประทับใจและชื่นชม ในพระราชอัจฉริยภาพ ซึ่งทรงเห็นประโยชน์ของการพัฒนาด้านการบริโภคนมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กในระยะ เจริญเติบโต และได้เห็นถึงความเป็นไปได้ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมนมของประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลอินเดียมีศักยภาพที่จะช่วยพัฒนาในด้านนี้ได้ ในโอกาสนั้นได้ทราบว่า พสกนิกรชาวไทยได้เฉลิมฉลองแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสครบรอบสิริราชสมบัติครบ 50 ปี จึงได้ทำหนังสือขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายกระบือนมพันธุ์เมซานี จำนวน 50 ตัว แด่พระองค์ท่าน พร้อมน้ำเชื้อแช่แข็งของกระบือเมซานี และมูร่าห์ ถวายอีกประเภทละ 500 โด๊ส

 

 

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสให้สำนักราชเลขาธิการ ประสานมายังกรมปศุสัตว์ เพื่อให้ดำเนินการต่างๆ ในการนำกระบือดังกล่าวจากประเทศอินเดียมายังประเทศไทย โดยประสานผ่านทางสถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย กระบือเมซานีที่จัดส่งมายังประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2542 โดยนำมากักโรคที่ด่านกักกันสัตว์บันไดม้า จังหวัดนครราชสีมา และได้นำไปเลี้ยงขยายพันธุ์และศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ ที่หน่วยบำรุงพันธุ์สัตว์พบพระ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ตาก จังหวัดตาก

 

 วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 กรมปศุสัตว์ ได้มอบหมายให้สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์บุรีรัมย์ นำมาเลี้ยงขยายพันธุ์และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเจริญเติบโต คุณภาพของน้ำนม ผลิตภัณฑ์นม และความเป็นไปได้ในการผลิตขยายพันธุ์ทั้งกระบือเมซานีพันธุ์แท้ และกระบือลูกผสม ปัจจุบันมีกระบือเมซานีพันธุ์แท้ รวมทั้งสิ้น 54 ตัว (พ่อพันธุ์ จำนวน 2 ตัว แม่พันธุ์ จำนวน 26 ตัว ขนาดอื่นอายุแรกเกิดถึง 3 ปี 26 ตัว)

 

 

 

ลักษณะประจำพันธุ์

 

มีสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม อาจมีขาวบริเวณหน้าผากและปลายพู่หาง เขามีลักษณะม้วนงอ ลำตัวหนาลึก เป็นกระบือนมขนาดกลาง เต้านมมีขนาดใหญ่ได้สัดส่วน เพศเมียมีลักษณะการให้นมดีและสมบูรณ์พันธุ์ดี น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ เพศผู้ หนักประมาณ 550-600 กิโลกรัม เพศเมีย หนักประมาณ 400-450 กิโลกรัม ปริมาณการให้นมเฉลี่ย7-8 ลิตร/วัน มีไขมัน 7-8 เปอร์เซ็นต์ และมีโปรตีนรวมแร่ธาตุต่างๆ ประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาการให้นมประมาณ 300 วัน

 

 

 


พ่อพันธุ์กระบือเมซานี

แม่พันธุ์กระบือเมซานี

 

 

 

 

การจัดการเลี้ยงดู

 

1. การผสมพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์ ทำการคัดเลือกพ่อพันธุ์ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ อัตราการเจริญเติบโตดี ลักษณะตรงตามพันธุ์ไว้เป็นพ่อพันธุ์ คุมฝูงแม่พันธุ์ จำนวน 20-25 แม่/ฝูง และสลับเปลี่ยนพ่อพันธุ์ทุก 3 เดือน

 

 

2. การให้อาหาร ในช่วงฤดูฝนจะเลี้ยงแบบปล่อยแทะเล็มระบบหมุนเวียน และเสริมด้วยอาหารข้นโปรตีน 14 เปอร์เซ็นต์ ในอัตรา 1 กิโลกรัม/หน่วยปศุสัตว์ และอัตรา 2 กิโลกรัม/ตัว ในฝูงกระบือรีดนม และในช่วงฤดูแล้งจะลี้ยงแบบขังคอก ให้หญ้าหมักและหญ้าแห้ง โดยให้กินเต็มที่และเสริมด้วยอาหารข้นโปรตีน 14 เปอร์เซ็นต์ ในอัตรา 1 กิโลกรัม/หน่วยปศุสัตว์ และอัตรา 2 กิโลกรัม/ตัว ในฝูงกระบือรีดนม

 

3. การจัดการฝูงกระบือ จัดแยกเป็นฝูงตามขนาดน้ำหนักตัว เช่น ฝูงท้องว่าง ฝูงผสมพันธุ์ ฝูงกระบือรีดนม ฯลฯ ส่วนลูกระบือจะทำการแยกเลี้ยงไว้ต่างหาก ตั้งแต่แรกคลอดและรีดน้ำนมให้ลูกกระบือกิน เพื่อทำการเก็บข้อมูลด้านปริมาณน้ำนมและองค์ประกอบทางเคมีของน้ำนม

 

4. การสุขาภิบาลและป้องกันโรค ทำการถ่ายพยาธิทุกๆ 6 เดือน และทำวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย 2 ครั้ง/ปี นอกจากนั้นยังได้ดำเนินตามโครงการสร้างสถานภาพฟาร์มปลอดโรค โดยการตรวจสอบโรคทูเบอร์คูโลซีส (Tuberculosis) พาราทูเบอร์คูโลซีส (Paratuberculosis) และโรคแท้งติดต่อ (Brucellosis) ตามนโยบายของกรมปศุสัตว์ ซึ่งได้ดำเนินการติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา 3 ปี จากการตรวจสอบพบว่า ยังไม่มีการพบโรคดังกล่าว

 

5. การรีดนม จะรีดนม2 ครั้ง/วัน เวลา 06.00 น. และ 15.00 น. โดยใช้เครื่องรีดนมแบบ  Bucket Type ซึ่งปรับปรุงมาจากเครื่องรีดนมสำหรับโคนม

 

 

 


สภาพการเลี้ยงดูในโรงเรือน

ลานปล่อยกระบือ
   

เลี้ยงด้วยอาหารหยาบและอาหารข้น

ข้าวโพดอ่อนเป็นอาหารหลักของกระบือ

 

 

 

การรีดนม

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลด้านวิชาการ และข้อมูลด้านการเจริญเติบโตและน้ำหนัก
กระบือ เมซานี มีน้ำหนักแรกเกิด เฉลี่ย 33.77 กิโลกรัม น้ำหนักหย่านม (240 วัน) เฉลี่ย 252 กิโลกรัม และมีอัตราการเจริญเติบก่อนหย่านม เฉลี่ย 930 กรัม/ตัว/วัน

 

 

 

ความสมบูรณ์พันธุ์กระบือเมซานี
กระบือเพศเมีย มีช่วงห่างการให้ลูก (Calving interval) เฉลี่ย 437.29 วัน  โดยเก็บข้อมูลช่วงห่างของการให้ลูกระหว่างลูกเกิดตัวที่ 1-3 ตัว ส่วนกระบือนมเมซานี เพศผู้สามารถเริ่มเข้าฝูงผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุประมาณ 3 ปี มีน้ำหนักประมาณ 450 กิโลกรัม 

 

องค์ประกอบทางเคมีของนมกระบือเมซานี

 

รายการ นมน้ำเหลือง นมปกติ
จุดเยือกแข็ง (Freezing Point) -0.54 C  ํ -0.54 C  ํ
เปอร์เซ็นต์ไขมัน 1.94 7.50
เปอร์เซ็นต์โปรตีน 10.93 5.61
เปอร์เซ็นต์น้ำตาล 3.80 4.64
% Solid Not Fat (SNF) 15.44 10.67
% Total Solid (TS) 16.96 18.18
Cell (*1000) 542.75 1,161.24

 

 

 

เปรียบเทียบคุณสมบัติของน้ำนมของสัตว์ชนิดต่างๆ

 

คุณสมบัติน้ำนม โคนม แพะ กระบือ
โปรตีน (กรัม) 3.2 3.1 4.5
ไขมัน (กรัม) 3.9 3.5 8
น้ำตาลแลคโดส (กรัม) 4.8 4.4 4.9
พลังงาน (กรัม) 66 60 110
Saturated Fatty Acids (กรัม) 2.4 2.3 4.2
Calcium (กรัม) นมกระบือสูงกว่านมโค  58 %
Cholesterol (กรัม) นมกระบือน้อยกว่าน้ำโค  43 %

 

 

 

 

 

การศึกษาวิจัย
ปีงบประมาณ 2552 ได้จัดทำแผนโครงการวิจัยเกี่ยวกับปริมาณและองค์ประกอบของน้ำนมกระบือเมซานี และการผลิตชีส ชนิดมอซซาเรลลา และมีแผนที่จะดำเนินการโครงการวิจัยต่อเนื่องเกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์นม กระบือเมซานี เช่น ชีส โยเกิร์ตและนมเปรี้ยว พร้อมทำการศึกษาเกี่ยวกับระบบการตลาดของนมกระบือในประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

 

การนำไปใช้ประโยชน์และถ่ายทอดเทคโนโลยี

 

 

ปัจจุบันได้ทำการเลี้ยงขยายพันธุ์และศึกษา ข้อมูลตามที่กล่าวข้างต้น พบว่า กระบือนมมีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้ดี สุขภาพกระบือทั่วไปค่อนข้างสมบูรณ์ กระบือนมเมซานี เพศผู้ มีลักษณะลำตัวหนา ลึก ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรผู้เลี้ยงกระบือนม เพื่อผลิตเนื้อคุณภาพดี เนื่องจากกระบือนมเมซานี มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีและรูปร่างค่อนข้างหนา กล้ามเนื้อมาก ขณะนี้ได้ทำการส่งเสริมและจำหน่ายกระบือเพศผู้ให้กับ เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือลูกผสม เพื่อผลิตเป็นกระบือนมและกระบือเนื้อ ซึ่งเสนอเป็นฟาร์มเครือข่าย