พันธุ์ลาร์จไวท์สายพันธุ์ไอร์แลนด์



       สุกรพันธุ์ลาร์จไวท์สายพันธุ์ไอร์แลนด์ เป็นสุกรที่กรมปศุสัตว์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเข้ามาจากประเทศไอร์แลนด์
เมื่อ ปี 2535 เพื่อใช้ในการปรับปรุงพันธุ์สุกรของกรมปศุสัตว์
และแพร่กระจายพันธุ์ไปสู่เกษตรกร กลุ่มวิจัยและพัฒนาสัตว์เล็ก
กองบำรุงพันธุ์สัตว์ ได้ดำเนินการพัฒนาพันธุ์ด้วยการทดสอบพันธุ์
และคัดเลือกพันธุ์ จนกระทั่งได้ฝูงสุกรพันธุ์ุ์ลาร์จไวท์ที่มีศักยภาพ   
ดีเยี่ยม ลักษณะพันธุกรรมเป้าหมายต่างๆ มีความผันแปรน้อยมาก
มีความแข็งแรง ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี เลี้ยงง่าย
จัดเป็นสุกรพันธุ์ุ์ลาร์จไวท์ของกรมปศุสัตว์สายพันธุ์หนึ่งที่เกษตรกร
ให้การยอมรับและนิยมนำไปพัฒนาพันธุกรรมของตนเองในการ
ผลิตสุกรพันธุ์แท้ หรือสุกรแม่พันธุ์สองสายสำหรับใช้ภายในฟาร์ม



                       ลักษณะประจำพันธุ์

             หนังและขนมีสีขาวตลอดทั้งตัว หูตั้ง ลำตัวยาว ขาแข็งแรง
            
มีความสามารถในการเป็นแม่ที่ดี ให้ลูกดกและเลี้ยงลูกเก่ง เหมาะใช้เป็นสายแม่พันธุ์





           สมรรถภาพการผลิต


      อัตราการเจริญเติบโต (ADG) 800 กรัมต่อวัน
      ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร (FCR) 2.50
      ความหนาไขมันสันหลัง 1.20 เซนติเมตร
      ให้ลูกหย่านมต่อแม่ต่อปี 15 ตัว


                 การนำไปใช้ประโยชน์

            สุ กรพันธุ์ลาร์จไวท์สายพันธุ์ไอร์แลนด์ เหมาะนำไปใช้สร้างสุกรพันธุ์ลาร์จไวท์พันธุ์แท้ โดยการนำไปผสมพันธุ์กับสุกรพันธุ์ลาร์จไวท์สายพันธุ์ไอร์แลนด์ด้วยกัน จะทำให้ได้สุกรพันธ์ุลาร์จไวท์ที่มีความเป็นพันธุ์แท้สูง มีความสามารถในการถ่ายทอดได้ดี มีความแปรปรวนน้อย
            สามารถนำไปใช้พัฒนาสุกรพันธุ์แลนด์เรซสายพันธุ์ใหม่ (NewLine) ตามวัตถุประสงค์ที่ตลาดต้องการ
            นำ ไปใช้ผลิตแม่สุกรสองสายพันธุ์ โดยนำพ่อพันธุ์ไปผสมข้ามพันธุ์กับแม่พันธุ์แลนด์เรซหรือนำพ่อพันธุ์แลนด์เรซ มาผสมข้ามพันธุ์กับแม่พันธุ์ลาร์จไวท์ ทำให้ได้สุกรสองสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับใช้เป็นแม่พันธุ์เพื่อผลิตสุกรขุน เนื่องจากให้ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง มีความสามารถในการเป็นแม่พันธุ์ที่ดี ส่งผลไปสู่สุกรขุนที่มีการเจริญเติบโต และคุณภาพซากดี



                 ข้อเสนอแนะ


            ควร แยกเลี้ยงและจัดการแม่พันธุ์ในระบบของพันธุ์แท้ในฟาร์ม ไม่ควรเลี้ยงปะปนกับแม่สุกรสองสายพันธุ์ เนื่องจากความแข็งแรงน้อยกว่า และต้องการการจัดการที่่มากกว่าแม่สองสายพันธุ์